วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2563

บันทึกอนุทินครั้งที่10

บันทึกอนุทินครั้งที่10

วันศุกร์ที่10เมษายน2563

เวลาเรียน08:00-11:30น.



ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ฤณน์ ตุ๊หมาด




เนื้อหารายวิชา

วันนี้ส่งการออกแบบเครื่องมือการสังเกตพฤติกรรมเด็กปฐมวัยและอาจารย์ก็ได้มอบหมายงานให้ไปสำรวจพฤติกรรมเด็กปฐมวัยเพิ่มเติมจากเฟศบุ๊ค

แบบสังเกตพฤติกรรมของเด็กปฐมวัย

สำหรับเด็กอายุ4-5ปี

 

พฤติกรรม/ความสามารถ

ผลการประเมิน

ดี

ปานกลาง

ปรับปรุงแก้ไข

พัฒนาการด้านร่างกาย

 

1.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำสะอาดได้ด้วยตนเอง

 

 

 

2.เล่นและทำกิจกรรมอย่างปลอดภัยด้วยตนเอง

 

 

 

3.เดินต่อเท้าเป็นเส้นตรงได้โดยไม่ต้องกางแขน

 

 

 

4.กระโดดขาเดียวอยู่กับที่ได้โดยไม่เสียการทรงตัว

 

 

 

5.วิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้

 

 

 

6.รับลูกบอลโดยใช้มือทั้ง๒ข้างได้

 

 

 

7.นอนพักผ่อนเป็นเวลา

 

 

 

8.ออกกำลังกายเป็นเวลา

 

 

 

9.เขียนรูปสี่เหลี่ยมตามแบบได้อย่างมีมุมชัดเจน

 

 

 

10.ร้อยวัสดุที่มีรูขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง0.๕เซนติเมตรได้

 

 

 

พัฒนาการด้านอารมณ์ -  จิตใจ

 

1.แสดงอารมณ์และความรู้สึกได้ตามสถานการณ์

 

 

 

2.กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมบางสถานการณ์

 

 

 

3.แสดงความพอใจในผลงานและความสามารถของตนเอง

 

 

 

4.สนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่านงานศิลปะ

 

 

 

5.มีความสุขแสดงออกผ่านเสียงเพลงและดนตรี

 

 

 

6.สนใจ มีความสุขและแสดงท่าทาง/เคลื่อนไหวประกอบเพลงจังหวะและดนตรี

 

 

 

7.เข้าแถวรอคอยตามลำดับก่อน-หลังได้

 

 

 

8.ทำงานที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จเมื่อมีผู้ชี้แนะ

 

 

 

9.แสดงความรักเพื่อนและมีเมตตาต่อสัตว์เลี้ยง

 

 

 

10.ช่วยเหลือและแบ่งปันให้ผู้อื่นได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ

 

 

 


 

พฤติกรรม/ความสามารถ

ผลการประเมิน

ดี

ปานกลาง

ปรับปรุงแก้ไข

พัฒนาการด้านสังคม

 

1.แต่งตัวได้ด้วยตนเอง

 

 

 

2.เก็บของเล่นของใช้เข้าที่ด้วยตนเอง

 

 

 

3.รับประทานอาหารด้วยตนเอง

 

 

 

4.เข้าแถวตามลำดับก่อนหลังได้ด้วยตนเอง

 

 

 

5.ทิ้งขยะได้ถูกที่

 

 

 

6.กล่าวคำขอบคุณและขอโทษได้ด้วยตนเอง

 

 

 

7.เล่นและทำกิจกรรมกับเด็กที่แตกต่างไปจากตน

 

 

 

8.ใช้ห้องน้ำและห้องส้วมได้ด้วยตนเอง

 

 

 

9.เล่นหรือทำงานเป็นกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้

 

 

 

10.ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้ด้วยตนเอง

 

 

 

พัฒนาการด้านสติปัญญา

 

1.เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อสื่อสารความคิดความรู้สึกของตนได้อย่างหลากหลายหรือแปลกใหม่

 

 

 

2.กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม

 

 

 

3.ฟังผู้อื่นพูดจนจบและสนทนาโต้ตอบสอดคล้องกับเรื่องที่ฟัง

 

 

 

4.เล่าเรื่องเป็นประโยคได้อย่างต่อเนื่อง

 

 

 

5.อ่านภาพ สัญลักษณ์ คำ พร้อมทั้งชี้หรือกวาดตามองข้อความตามบรรทัด

 

 

 

6.เขียนคล้ายตัวอักษร

 

 

 

7.บอกลักษณะและส่วนประกอบของสิ่งต่างๆจากการสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัส

 

 

 

8.จับคู่และเปรียบเทียบความแตกต่างหรือความเหมือนของสิ่งต่างๆโดยใช้ลักษณะที่สังเกตพบเพียงลักษณะเดียว

 

 

 

9.เรียงลำดับสิ่งของหรือเหตุการณ์อย่างน้อย๔ลำดับ

 

 

 

10.ใช้ประโยคคำถามว่า ที่ไหน ทำไม ในการหาคำตอบ

 

 

 



ประเมิน

อาจารย์ อาจารย์ก็ได้พูดและอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้แก้ไขให้ถูกต้องและตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตนเอง เนื่องจากตอนแรกยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับการออกแบบเครื่องมือสักเกตพฤติกรรมจึงต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมและเข้าใจมากยิ่งขึ้นเพื่อน ก็มีการสอบถามเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองยังไม่เข้าใจ ให้อาจารย์อธิบายเพิ่มเติม

บันทึกอนุทินครั้งที่9

บันทึกอนุทินครั้งที่9

วันศุกร์ที่3เมษายน2563

เวลาเรียน08:00-11:30น.

ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ฤณน์ ตุ๊หมาด



    


เนื้อหารายวิชา

วันนี้เรียนเรื่องหลักสูตรปฐมวัย2560ว่าหลักการดูและสังเกตพฤติกรรมสังเกตจากอะไร   ซึ้งเราสามารถสังเกตได้จากหลักสูตรของการศึกษาปฐมวัย2560ดูว่าตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ไหมเด็กอายุ1ปีกำนดไว้อย่างไรและให้สร้างแบบสังเกตพฤติกรรมให้ดูจากหลักสูตรปฐมวัย ตอนที่เราเป็นครูเราจะต้องประเมินให้ครบทั้งหมดทั้ง12มาตราฐาน




ประเมิน

อาจารย์ อาจารย์อธิบายเข้าว่าการประเมินจะต้องทำอย่างไรดูจากอันไหนตนเอง ตั้งใจฟังอาจารย์เมื่อสงสัยก็ถามเพื่อน ตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารนย์พูดและสงสัยก็ถามเพิ่มเติม


บันทึกอนุทินครั้งที่8

บันทึกอนุทินครั้งที่8

วันศุกร์ที่27มีนาคม2563

เวลาเรียน08:00-11:30น.

ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ฤณน์ ตุ๊หมาด








เนื้อหา

ปัญหาพฤติกรรมของเด็กวัย 1-3 ปี


ลักษณะพฤติกรรมเด็กวัย 1-3 ปี

        จากการศึกษาพัฒนาการและพฤติกรรมของเด็กวัย 1-3 ปี พบว่า เด็กวัยนี้มีการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาทอย่างรวดเร็ว โดยมีการสร้างเส้นใยประสาทและจุดเชื่อมต่อ (synapse) ของใยประสาท ซึ่งใยประสาทเหล่านี้มีผลต่อการเรียนรู้ ความคิด ความจำ ตลอดทั้งพฤติกรรมและพัฒนาการของเด็ก ประกอบกับธรรมชาติของเด็กวัยนี้เริ่มมีกิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้นมากมายจากการค้นคว้า และสำรวจสิ่งใหม่ๆ รอบตัว มีความเป็นตัวของตัวเอง มีความพร้อมทางทักษะของพัฒนาการมากขึ้น สามารถยืน เดิน วิ่ง ได้ด้วยตนเอง โดยที่เด็กรู้สึกว่าตนเองสามารถควบคุมเหตุการณ์ต่างๆ ได้ และเกิดความภาคภูมิใจในงานที่ตนเป็นผู้กระทำสำเร็จ บางครั้งอาจพบว่าเด็กแสดงปฏิกิริยาตอบโต้กับเหตุการณ์ต่างๆ บางอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งแสดงออกมาในรูปของพฤติกรรมที่เป็นปัญหาได้ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าเด็กวัยนี้เป็นวัยที่สำคัญต่อการพัฒนาพฤติกรรมและการเรียนรู้ทักษะของพัฒนาการในทุกด้าน

         ซึ่งปัญหาของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นกับเด็กวัยนี้ เป็นปัญหาที่ค่อนข้างเข้าใจง่าย ไม่สลับซับซ้อน ส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต และพัฒนาการ จะเป็นลักษณะของการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อม ซึ่งถ้าเด็กได้เรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมอย่างไม่เหมาะสม โดยขาดการดูแลเอาใจใส่จากพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูแล้วนั้น ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาทางพฤติกรรมขึ้นอย่างง่ายดาย ตลอดทั้งสภาวะการณ์ทางสังคมในปัจจุบันมีสิ่งล่อแหลมต่อการเกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม พ่อแม่มีทัศนคติต่อเทคโนโลยีค่อนข้างมาก โดยเน้นที่วัตถุมากกว่าการมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กโดยตรง ขาดการดูแลเอาใจใส่ ขาดความเข้าใจในพัฒนาการและมีวิธีการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม สิ่งเหล่านี้มีผลต่อปัญหาทางพฤติกรรมและอารมณ์ของเด็กทั้งสิ้น

ชนิดของพฤติกรรมที่เป็นปัญหา

อาจจำแนกตามสาเหตุได้ดังนี้

1.       พันธุกรรม ปัญหาลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่าง เช่น เด็กกลุ่มอาการดาวน์ เด็กกลุ่มนี้มี
ระดับสติปัญญาต่ำกว่าเด็กปกติ เรียนรู้ช้า มีความสนใจสั้น มีพฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง ไม่มีสมาธิ เด็กเหล่านี้มีการเคลื่อนไหวช้ากว่าปกติ ไม่คล่องตัวเนื่องจากกล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก

2.       สิ่งแวดล้อม พฤติกรรมที่เป็นปัญหาส่วนใหญ่ มักมีสาเหตุมาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก
แทบทั้งสิ้น สภาพครอบครัว การเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง มีอิทธิพลสูงต่อพฤติกรรมที่เกิดขึ้น สิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม หรือไม่เอื้ออำนวย ทำให้เกิดสภาพความกดดัน และมีผลต่อการปรับตัวของเด็ก บางครั้งจะพบว่าเด็กได้รับการดูแลเอาใจใส่ที่มากเกินไป (overprotection) หรือน้อยเกินไป(neglected) หรือขาดการกระตุ้นที่เหมาะสม (improper stimulation) ตามสภาพของเด็กแต่ละคน 

ลักษณะพฤติกรรมที่เป็นปัญหาของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ1. พฤติกรรมการอยู่ไม่นิ่ง (ซน) จะพบว่าส่วนใหญ่เด็กวัยนี้ มีความอยากรู้อยากเห็น ต้องการสำรวจตรวจค้นอยู่แล้ว ตลอดทั้งมีภาวะอยู่ไม่นิ่ง ซน และมีช่วงความสนใจสั้น วอกแวก เคลื่อนไหวตัวเองอย่างไร้จุดหมาย แต่ลักษณะพฤติกรรมเช่นนี้จะพบในเด็กที่มีความต้องการพิเศษมากกว่าเด็กปกติในวัยเดียวกัน  เนื่องจากเด็กที่มีความต้องการพิเศษนั้น มีความสามารถในการรับรู้ช้ากว่า ร่วมกับความสามารถในการควบคุมพฤติกรรมต่ำ และบางครั้งปัจจัยการเลี้ยงดูก็มีส่วนทำให้เด็กเหล่านี้มีพฤติกรรมการอยู่ไม่นิ่งมากขึ้นด้วย เนื่องจากความรัก ความสงสารเด็ก เห็นว่าเด็กมีปัญหาพัฒนาการและยังเล็กอยู่ รอให้โตขึ้นกว่านี้จึงค่อยสอนก็ได้วิธีการแก้ไข
1.1    จัดสภาพแวดล้อมให้เป็นระเบียบ โดยลดสิ่งเร้ารอบตัวเด็ก เช่น เก็บของเล่นของเด็กเข้าตู้
หรือลิ้นชักให้เรียบร้อย ลดภาพหรือเครื่องตกแต่งภายในห้องเด็กให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อจะไม่กระตุ้นความสนใจของเด็กมากนัก

1.2    สร้างพฤติกรรมที่เหมาะสมให้กับเด็ก โดยใช้วิธีปรับพฤติกรรม โดยการสร้างเสริมความ
สนใจและคงสมาธิในขณะทำกิจกรรม เพื่อลดพฤติกรรมการอยู่ไม่นิ่งของเด็ก โดยการใช้ของเล่นเพื่อกระตุ้นความสนใจและคงสมาธิให้เด็กมีมากขึ้น อาจให้เด็กเล่นของเล่นครั้งละ 1 ชิ้น เมื่อเล่นเสร็จ ให้สัญญาณเตือนเด็กกว่า “จบ” หรือ “เสร็จ” และบอกว่า “เก็บ” กระตุ้นให้เด็กนำของเล่นเก็บเข้าที่ และเลือกของเล่นชิ้นต่อไปนำมาเล่นอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงเวลาของการเล่นในระยะแรก อาจเป็นช่วงสั้นๆ ประมาณ 1-2 นาที/ชิ้น และค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาในการเล่นกับเด็กต่อไป

1.3    จัดตารางเวลาการทำกิจกรรมหรือกิจวัตรประจำวันของเด็กอย่างเป็นระบบ โดยต้องกระทำ
กิจกรรมเหล่านี้ตามขั้นตอนที่จัดอย่างสม่ำเสมอทุกวัน จะทำให้เด็กเข้าใจและยอมรับขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมดีขึ้น เรียนรู้การทำกิจกรรมง่ายขึ้น

1.4    ควรจัดกิจกรรมให้เด็กได้กระทำกิจกรรมอย่างมีความหลากหลาย เพื่อกระตุ้นความสนใจเด็กให้เกิดสมาธิในการเรียนรู้  โดยการจัดกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวมากก่อน เช่น กิจกรรมการออกกำลังกาย อาจเป็นการวิ่ง เตะบอล กระโดด เพื่อให้เด็กระบายพลังงานที่มีอยู่เต็มเปี่ยม และจึงเบี่ยงเบนไปสู่กิจกรรมที่มีเป้าหมาย ซึ่งมีการเคลื่อนไหวน้อยกว่า เน้นการฟังและการมีสมาธิในขณะทำกิจกรรม เช่น กิจกรรมศิลปะ หรือกิจกรรมการนั่งเล่น จะทำให้เด็กสนใจและเรียนรู้กิจกรรมที่มีเป้าหมายได้ดีขึ้น

1.5    การใช้ยา ในกรณีที่เด็กมีภาวะอยู่ไม่นิ่งมากอาจพิจารณาใช้ยาร่วมกับการปรับพฤติกรรม ซึ่งใช้วิธีปรับพฤติกรรมอย่างเดียวแล้วไม่ค่อยได้ผล ซึ่งขึ้นอยู่กับความรุนแรงของพฤติกรรมที่เด็กแสดงออก และความร่วมมือในการปรับพฤติกรรมของที่บ้านและที่โรงเรียนว่ามีความสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง และชัดเจนมากน้อยเพียงใด แต่การใช้ยาไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวหรือเป็นอันตรายต่อเด็ก เพียงแต่ขอให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และควรรับประทานยาต่อต่อเนื่องและอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งขนาดของยาอาจต้องปรับตามลักษณะพฤติกรรมของเด็กและน้ำหนักของเด็กตามความเหมาะสมด้วย ถึงแม้เด็กจะได้รับยาเพื่อควบคุมพฤติกรรมก็ตาม ก็ยังควรใช้หลักของการปรับพฤติกรรมควบคู่กับการใช้ยาร่วมด้วย จึงจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2. พฤติกรรมก้าวร้าว อาจมีลักษณะของพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง และผู้อื่น หรือทำลายสิ่งของ ซึ่งในเด็กที่มีความต้องการพิเศษนั้นอาจมีปัญหาของพฤติกรรมที่รุนแรงกว่าเด็กปกติ เพราะมีภาวะการณ์เรียนรู้ช้า ไม่เข้าใจ มีความบกพร่องทางการสื่อสาร บอกความรู้สึกหรือความต้องการกับผู้อื่นไม่ได้





ประเมิน

อาจารย์ สอนและอธิบายให้เข้าใจและยกตัวอย่างประกอบ
ตนเอง ตั้งใจฟังอาจารย์ในขณะที่อาจารย์สอน
เพื่อน ให้ความร่วมมือและตั้งใจฟัง





บันทึกอนุทินครั้งที่7

บันทึกอนุทินครั้งที่7

วันศุกร์ที่20มีนาคม2563

เวลาเรียน08:00-11:30น.

ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ฤณน์ ตุ๊หมาด



            



เนื้อหารายวิชา
เนื่องจากโควิดระบาดหนักจึงทำให้มีการเรียนการสอนแบบออนไลน์ วันนี้อาจารย์ให้เรียนเกี่ยวกับการสังเกตพฤติกรรมเด็กปฐมวัยจากวิด๊โอ
ว่าเด็กมีพฤติกรรมอย่างไรและตรงกับทษฎีของใคร
 จากที่สังเกต

เด็กได้เรียนรู้จากการสังเกตหรือการเรียนรู้จากตัวแบบซึ้งตรงกับทษฎีของแบนดูราบันดูรามีความเชื่อว่าการเรียนรู้ของมนุษย์ส่วนมากเป็นการเรียนรู้โดยการสังเกตหรือการเลียนแบบ เนื่องจากมนุษย์มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ ตัวอยู่เสมอเช่น ตัวแบบที่เห็นในโทรทัศน์ ภาพยนตร์ เกมส์คอมพิวเตอร์ หรืออาจจะเป็น รูปภาพ การ์ตูน หนังสือเป็นต้น




ประเมิน

อาจารย์ อธิบายให้เข้าใจและยกตัวอย่างเห็นได้อย่างชัดเจน
ตนเอง ตั้งใจฟังอาจารย์และส่งงานตรงเวล
เพื่อนให้ความร่วมมือในการเรียนการสอน

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2563

บันทึกอนุทินครั้งที่6

บันทึกอนุทินครั้งที่6

วันศุกร์ที่13มีนาคม2563

เวลาเรียน08:00-11:30น.

ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ฤณน์ ตุ๊หมาด

เนื้อหาที่สอน

วันนี้อาจารย์ให้แต่ละกลุ่มออกมานำเสนองานวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาพฤติกรรมของเด็กปฐมวัยกลุ่มของเราก็ได้เรื่องพฤติกรรมของเด็กที่มีความสามารถพิเศษและเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้นก็จะเป้นการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมเด็กที่มีความสามารถพิเศษและเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้นโดยใช้โปรแกรมเทคนิคทางปัญญาหรือโปรแกรม CBT เป็นเครื่องมือบำบัดทางจิตหรือโรคซึมเศร้า และบุคลิกภาพต่างๆจากการที่สำรวจเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้นนั้นลดลง

นอกจากนี้ก็ได้ฟังวิจัยของเพื่อนกุ่มอื่นอีกก็ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมาอีกระดับหนึ่งว่าต้องมีเครื่องมีแบบสำรวจแบบได๋บ้างเราต้องการที่จะศึกษาเกี่ยวกับอะไรซึ้งของเพื่อนๆก็มีวิจัยที่แตกต่างกันออกไป














ประเมิน

อาจารย์ อธิบายให้เข้าใจและสอนเข้าใจง่ายกตัวอย่างเห็นได้อย่างชัดเจน
ตนเอง ตั้งใจฟังอาจารย์เมื่อสงสัยก็ถามอาจารย์

เพื่อนให้ความร่วมมือในการเรียนการสอน

บันทึกอนุทินครั้งที่5

บันทึกอนุทินครั้งที่5

วันศุกร์ที่7กุมภาพันธ์2563

เวลาเรียน08:00-11:30น.

ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ฤณน์ ตุ๊หมาด





เนื้อหา

วันนี้เรียนเกี่ยวกับการศึกษาพฤติกรรมของเด็กปฐมวัยวิธีการศึกษพฤติกรรมคือ วิธีการที่ถูกนำมาใช้ในการแสวงหาความรู้ต่างๆเกี่ยวกับพฤติกรรม จะนำวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการแสวงหาความรู้วิธีการืางวิทยาศาสตร์นี้ประกอบด้วย5ขั้นตอน1.กำหนดปัญหา2.ตั้งสมมุติฐาน3.รวบรวมข้อมูล4.วิเคาระห์ข้อมุล5.และสรุปผล

                                                                                                   à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ รูปการ์ตูนเคลื่อนไหว







ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปการ์ตูนเคลื่อนไหว

ปรเมิน
อาจารย์ อธิบายให้เข้าใจและยกตัวอย่างเห็นได้อย่างชัดเจน
ตนเอง ตั้งใจฟังอาจารย์และส่งงานตรงเวล


เพื่อนให้ความร่วมมือในการเรียนการสอน

บันทึกอนุทินครั้งที่11

บันทึกอนุทินครั้งที่11 วันศุกร์ที่24เมษายน2563 เวลาเรียน08:00-11:30น. ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ฤณน์ ตุ๊หมาด         เนื้อหารรายวิ...